คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

วันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ความรักชนะโรค



แต่งงานต้านมะเร็งลำไส้


งานวิจัยชิ้นนี้เป็นเรื่องของยาที่มีชื่อว่า "ความรัก" โดยนักวิจัยพบว่า การแต่งงานสามารถเพิ่มแรงใจในการต่อสู้โรคมะเร็งให้กับผู้ป่วยได้ แถมยังได้ผลดีแบบไม่จำกัดเพศ ทั้งกับผู้ป่วยชายและหญิงก็ได้รับอานิสงส์นี้ไม่แตกต่างกัน
      
       โดยการวิจัยชิ้นนี้เป็นของ Penn State College of Medicine and Brigham Young University สหรัฐอเมริกา พบว่า ผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งลำไส้ที่มีโอกาสแต่งงานจะลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตลงถึง 14 เปอร์เซ็นต์ โดยทีมวิจัยยังได้ระบุด้วยว่า ผู้ที่ป่วยด้วยโรคนี้และได้แต่งงานมีโอกาสจะตรวจพบโรคได้ในระยะแรกเริ่มของการเกิดมะเร็ง และสามารถ "อดทน" ต่อการรักษามะเร็งร้ายที่ว่าโหดหินเอาการได้มากกว่าผู้ป่วยไร้รัก
      
       อย่างไรก็ดี นักวิจัยยังไม่สามารถสรุปได้ว่า การแต่งงาน หรือจดทะเบียนสมรสสามารถช่วยเยียวยาผู้ป่วยได้แง่ใด แต่คาดเดาว่า การแต่งงานนั้นมีผลทางจิตใจ ช่วยให้ผู้ป่วยมีกำลังใจ อีกทั้งยังมีคนดูแล สนับสนุน ที่ไม่ใช่การทำเพราะหน้าที่เหมือนคุณนางพยาบาล หรือเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลท่านอื่น ๆ และนั่นทำให้กระบวนการรักษาโรคทำได้ง่ายขึ้น
      
       ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีงานวิจัยอีกมากที่ชี้ถึงข้อดีของการแต่งงานว่าดีกว่าการอยู่เป็นโสด ยกตัวอย่างข้อดีของการแต่งงาน เช่น
      
       มีเพื่อนร่วมชีวิต การแต่งงานยังทำให้คุณมีใครสักคนที่คอยอยู่เคียงข้าง เป็นเพื่อน รับฟังปัญหา และหัวเราะร่วมไปกับคุณ หากแม้ว่าเขาหรือเธอจะไม่ได้ตั้งใจฟังจริง ๆ จัง ๆ แต่ก็ยังดีกว่าการนั่งพูดคนเดียว หรือได้แต่เก็บไว้ในใจ ไม่มีใครให้พูดด้วย นอกจากนั้น คุณยังได้คนที่พร้อมจะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคุณ คนที่พร้อมจะแนะนำคุณอีกต่างหาก
      
       มีสังคม การมีคู่ชีวิตทำให้คุณได้มีโอกาสทำสิ่งต่าง ๆ ร่วมกัน เช่น ไปเที่ยว ไปเยี่ยมญาติพี่น้อง ไปทำบุญ ขณะที่การอยู่เป็นโสดนั้น คุณต้องรอให้เพื่อนของคุณว่างเสียก่อน จึงจะนัดไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ ไม่เพียงเท่านั้น หากคุณมีลูก โลกของคุณก็ยิ่งเปิดกว้าง ได้ทำความรู้จักเด็ก ๆ เพื่อนของลูก ได้ไปเที่ยวด้วยกัน ได้พบปะกับคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่น ๆ ที่มีลูกวัยเดียวกัน ฯลฯ
      
       มีอายุยืนยาวขึ้น โดยเฉพาะคุณพ่อ เนื่องจากมีงานวิจัยจำนวนมากที่ระบุว่า ผู้ชายที่แต่งงานแล้วจะมีอายุยืนกว่าผู้ชายโสด แถมยังเครียดน้อยกว่าและมีโอกาสปลดปล่อยความเครียดได้มากกว่าเหล่าหนุ่มโสดอีกด้วย
      
       เครียดเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกน้อยลง เพราะคุณจะมีคู่ชีวิตที่สามารถปรึกษาได้ มีคนช่วยแบ่งเบาการเลี้ยงดูลูก และงานบ้าน แม้จะมีพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวหลายท่านทำได้ดีแม้จะตัวคนเดียว แต่การมีสองคนช่วยกัน ก็เป็นเรื่องที่ดีกว่า

ขอบคุณที่มาของข่าว : ผู้จัดการออนไลน์
       

วันศุกร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2555

ความลับความรัก

   
     การแอบรักมีทั้งความสุขและความทุกข์ เหมือนกับความรักทั่วๆไป แต่จะต่างกันก็ตรงที่ไม่มีคนที่เรารักอยู่ข้างๆเรา เวลาที่เราแอบรักใครซักคน เราเองก็หวังที่จะได้รับความรักจากเขาเช่นกัน บางครั้งเราก็จะจินตนาการว่าเขาเองก็มีใจให้เรา แม้ว่าเราจะไม่ได้รับจากเขา เราก็ยังมีความสุขทุกครั้ง เมื่อได้ยิน ได้ฟังเรื่องราวของเขา หลายครั้งที่เรารู้สึกอยากเอ่ยปากบอกเขาไปว่าเรารักเขา แต่ใจเรากลับไม่กล้าพอ กลัวว่าจะผิดหวัง แต่การที่เราแอบรักเขาอยู่แบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการผิดหวังหรอกเพียงแต่เราไม่ได้ยินคำปฏิเสธจากปากเขาโดยตรงก็เท่านั้นเอง  
by อภัสรา


                     ฉันชอบความรู้สึกของการได้ "แอบรัก" ใครซักคน
http://4inibg.blu.livefilestore.com/y1pSj7rTZlADYmxYHWJmeJD25mooX-sgQIiJsOERnV5antfS9EK77X9BgI7Fhsha93Cu4Mx81ODht4EuzQx_WcnoXbsCQdKNOqa/451435-topic-0.jpg?psid=1หนึ่งชีวิตของคนเราถ้าได้รู้สึกถึง... "ความรักแบบไม่ครอบครอง" บ้าง

ก็คงจะดีไม่น้อย โลกคงไม่วุ่นวายไม่ยื้อแย่งไม่ครอบครอง

และความรักก็คงจะไม่ "เห็นแก่ตัว" อย่างที่ดำเนินอยู่

ขึ้นชื่อว่า "แอบรัก" แล้วล่ะก็...

ฉันเชื่อว่ามันไม่ใช่อาการที่ต้องการจะเปิดเผยตัวไม่อยากให้ใครได้รู้ได้เห็น

ความสุขเกิดขึ้นได้ในมุมเงียบๆและปราศจากการครอบครอง

ความรักแบบเงียบกริบสอนให้คนปล่อยวาง และหัวใจอ่อนโยน

ไม่ปรารถนาอะไรมากไปกว่าการได้รัก

และมากที่สุดก็คงจะเป็นแค่ให้อีกฝ่ายได้รับรู้ว่า

..."รัก"…

เท่านั้นเองที่ความรักต้องการ...

คงเหมือนกับไม่ขีดไฟแอบหลงรักดอกทานตะวัน

สุดท้ายมันก็ต้องการแค่เพียงแค่ให้ดอกทานตะวันหันมองแสงอันน้อยนิดของมัน...

แม้จะเป็นแสงสุดท้ายที่ถูกจุดขึ้นเพื่อดับลงตลอดกาลก็ตาม


เชื่อไหม???...

ฉันเคยรู้จักคนๆนึงที่แอบรักใครอีกคนได้นานเป็นปีๆ

โดยไม่เคยแสดงตัวต่อความรักของเขา

หญิงสาวใช้โทรศัพท์เป็นสื่อแสดงความรู้สึกตลอดมา

ทุกคืน...เธอจะยกหูโทรหาเขา แม้บางครั้งด้วยคำพูดสั้นๆแค่ว่า

"นอนหลับฝันดี" เท่านั้นก็ตาม

ชายหนุ่มไม่เคยเห็นหน้าเธอ

ทั้งที่ความเป็นจริงนั้นเธออยู่รอบตัวเค้าตลอดเวลา

...เธอเคยเดินผ่านเขาใกล้กันแค่เอื้อมมือคว้า

แต่เขาไม่รู้จักเธอ...

...เธอเคยสบตาเขาแต่เขาไม่เห็นแววตาเธอ...

...เธอเคยยืนตรงหน้าเขาแล้ว(แอบ)ฟังเขาพูดคุยกับเพื่อนของเขา

แต่เค้าไม่ได้พูดกับเธอ...

ทั้งหมดเป็นความสุขของหญิงสาว...

"สุขที่ได้เห็นเขาโดยที่เขาไม่จำเป็นจะต้องเห็นเธอ"

การติดต่อของเค้าและเธอสิ้นสุดลง

ในวันที่ชายหนุ่มมีคนรักที่แสดงตัวอย่างชัดเจน

เค้าเลือกที่จะรักคนอื่นเพราะในความคิดของเค้า

...หญิงสาวไม่มีตัวตน...

หญิงสาวห่างออกมาไม่อนุญาตให้ตัวเองเข้าใกล้เค้าอีก

เธอคำนึงถึงความถูกต้องและ...ทุกอย่างย่อมมีเจ้าของเมื่อถึงเวลา

...ความรักของเธอบริสุทธิ์เกินกว่าจะทำร้ายใคร...

ในเมื่อชายหนุ่มเลือกที่ปักดอกไม้อื่นลงบนแจกันของเค้า

ต่อให้เธอสวยงามกว่าดอกไม้ดอกนั้นเพียงใดเธอก็ไม่อาจแสดงตัวได้...

แต่เธออนุญาตหัวใจให้รักเค้าได้เท่าเดิมและคงจะไม่มากไม่น้อยไปกว่านี้

เพราะ "รักแท้" สอนให้เธอมีความสุขได้

แม้ "ไม่ได้เป็นเจ้าของ" หรือ "ถูกครอบครอง"

และ "รักแท้" นี่เองที่จะทำให้ดอกไม้อย่างเธอไม่มีวันแห้งเหี่ยว

"แม้ว่าเธอจะเป็นดอกไม้ไร้ชื่อ...

ที่ไร้แจกันตลอดไป...ก็ตาม"



Credit : http://www26.brinkster.com/ 
อ้างอิงจาก   http://www.postsmiles.com